ชาวไทยมุสลิมร่วมกันละหมาดอีด ในวันอีฎิลอัดฮา

ชาวไทยมุสลิมยะลา กว่า 3,000 คน สวมใส่เสื้อผ้าใหม่ ร่วมกันละหมาดอีด เนื่องในวันอีฎิลอัดฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช1438 พร้อมทำกุรบ่าน เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่สนามศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา บรรดาชาวไทยมุสลิม ทั้งหญิงชาย และเด็ก กว่า 3,000 คน ได้เดินทางมาร่วมกันประกอบพิธีละหมาดอีด เนื่องในโอกาสวันอีฎิลอัดฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช1438

ซึ่ง ทางฝ่ายวิชาการคณะกรรมการดำเนินการพิธีละหมาดอีฎิลอัดฮา 1438 สมาพันธ์องค์กรมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับ คณะกรรมการมัสยิด และชุมชนมุสลิมในจังหวัดยะลา จัดขึ้น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล ทั้งนี้ การละหมาดวันตรุษอีดิลอัฎฮานี้ ถือเป็นศาสนกิจที่สำคัญที่สุดซึ่งมุสลิมทุกเพศทุกวัยจะต้องไปร่วมกันละหมาดที่มัสยิดใกล้บ้าน โดยหลังพิธีละหมาด ได้ร่วมรับฟังคุตบะห์ (ฟังธรรมเทศนา) โต๊ะอิหม่าม จากนั้น จะมีการแสดงความยินดีและขออภัยต่อกันในสิ่งที่ได้ล่วงละเมิด ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม และมีการบริจาคทานให้กับเด็ก คนชรา หรือผู้ยากไร้ พร้อมทั้งออกไปเยี่ยมเยียนซึ่งกันและกัน โดยในวันนี้ชาวมุสลิมทั้งหญิง ชาย และ เด็ก ๆ จะสวมใส่เสื้อผ้าใหม่ เพื่อต้อนรับวันตรุษอีดิลอัฎฮา และที่สำคัญในวันอีดิลอัฎฮา คือ การเชือดสัตว์พลีทาน (กุรบ่าน) ซึ่งชาวไทยมุสลิมถือว่าการทำกุรบ่าน จะได้เข้าใกล้ต่ออัลลอห์ด้วยการการเชือดสัตว์พลีต่อพระองค์ สำหรับสัตว์ที่นำมาใช้ฆ่า เพื่อทำทาน ในพิธี ก็จะมี วัว ควาย แพะหรือ แกะ โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ในพื้นที่ จ.ยะลา จะนิยมเชือดวัวเพราะวัว 1 ตัว สามารถแบ่งได้หลายส่วนและสามารถทำทานได้ทั้งครอบครัว ส่วนเนื้อสัตว์ที่ถูกฆ่าแล้วจะนำไปขายไม่ได้นอกจากทำอาหารเลี้ยงกันเท่านั้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews